Ultron

ชื่อบทความของเราวันนี้ขอยกมาแบบยิ่งใหญ่อลังการ ระเบิดภูเขา เผากระท่อมกันเลยทีเดียว สำหรับประวัติของตัวร้ายระดับบอสตัวหนึ่งของโลกจักรวาลมาร์เวล นั่นคือ อัลตรอน จักรกลวายร้าย หมายคิดถล่มโลกให้ราบเพื่อความสงบสุข วายร้ายตัวนี้มีที่มาอย่างไร ประวัติมีเรื่องราวอะไรน่าสนใจบ้าง

ประวัติเวอร์ชั่น ภาพยนตร์

สำหรับ อัลตรอนนั้น เรื่องราวของวายร้ายตัวนี้เวอร์ชั่นภาพยนตร์ กับ เวอร์ชั่นคอมมิคนั้น ต้องใช้คำว่าคนละเรื่องกันเลย เราขออิงจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ก็แล้วกัน เรื่องราวนี้เกิดขึ้นในหนังเรื่อง อเวนเจอร์ส ภาค เอจ ออฟ อัลตรอน ภาคนี้เล่าเรื่องราวการทดลองของ โทนี่ สตาร์ค และ ดร.บรูซ แบนเนอร์ ที่ต้องการสร้างเครื่องมืออะไรสักอย่างขึ้นมาเพื่อปกป้องโลกมนุษย์ทำหน้าที่แทนเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่อย่างพวกเค้าแทน การทดลองเกิดความผิดพลาดเนื่องจากความคิดบางอย่างถูกตีความใหม่ทำให้ เกิดจักรกลอัจฉริยะหรือ A.I. ที่คิดว่า มนุษย์โลกคือตัวการทำให้เกิดความวุ่นวายดังนั้นจึงต้องกำจัดมนุษย์จะทำให้โลกสงบสุข ด้วยเหตุนี้เหล่าซุปเปอร์ฮีโร่จึงต้องออกมารวมพลังกันอีกครั้งเพื่อกำจัด อัลตรอน และกองทัพหุ่นยนต์ให้หมดสิ้นไปก่อนที่มันจะทำลายล้างโลก

ความสามารถของ อัลตรอน

หากอิงจากเวอร์ชั่น ภาพยนตร์ ความสามารถของอัลตรอนนั้นจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตบนโลกใบนี้เข้าไว้ที่ตัวเอง สองมันสามารถเข้าไปอยู่ในหุ่นยนต์ตัวไหนก็ได้ เรียกได้ว่าทุกตัวคืออัลตรอนเหมือนกันหมด อีกทั้งยังเป็นคอมพิวเตอร์อัจฉริยะที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา นอกนั้นก็เป็นความสามารถทางกายภาพ อาจจะดูเหมือนไม่เก่งแต่เอาเข้าจริงก็ร้ายเอาเรื่องเหมือนกัน

ตามตอแยไม่จบไม่สิ้น

ตัวอัลตรอนนั้น เป็นตัวละครวายร้ายที่ต้องใช้คำว่า ไม้เบื่อไม้เมา กับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ฝั่งมาร์เวลเลยทีเดียว เพราะว่ามันมีหลายภาค หลายอีเวนต์ หลายตัวมาก มันจะออกมาสู้กับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่พร้อมกับเวอร์ชั่นใหม่อัพเกรดเสียทุกครั้ง พร้อมกับพลังความสามารถที่เพิ่มขึ้น จนทำให้เหล่าฮีโร่ต้องออกแรงเหนื่อยกว่าจะจัดการมันได้ เพราะเวอร์ชั่นคอมมิคมันคือ โปรแกรม หากร่างถูกทำลายโปรแกรมก็ยังอยู่ พร้อมจะสู้ใหม่ได้อีก

สงครามระหว่างมนุษย์ กับ A.I.

อเวนเจอร์ส ภาคอัลตรอนนั้น นอกจากความสนุกสนานของเรื่องที่จะทำให้โลดแล่นไปกับจินตนาการของเหล่าผู้สร้าง พอหนังจบเราอาจจะได้ฉุกคิดขึ้นมาว่า อีก 50 ปี ข้างหน้า เทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้นกว่านี้ A.I. ฉลาดกว่านี้จนบางครั้งอาจจะตัดสินใจเองได้เลยไม่ต้องรอ มีการอัพเกรดด้วยตัวเอง จนอาจจะทำให้มันมองว่าเราเป็นตัวปัญหาหรือเปล่าหวังว่าสงครามระหว่าง มนุษย์ กับ A.I. จะไม่เกิดขึ้นจริงเหมือนในหนังนะ